4 โครงการสร้างสรรค์ของภาคกลางตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง
จากเยาวชนในโครงการแคมป์สนุกคิดกับชินคอร์ป ปีที่ 8
ตอน “เยาวชนพอดี โรงเรียนพอเพียง”

แคมป์สนุกคิดกับชินคอร์ป ปีที่ 8 ได้น้อมนำแนวพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และหลักการทรงงาน มาเป็นหลักในการสร้างสรรค์กิจกรรม ภายใต้แนวคิด “เยาวชนพอดี โรงเรียนพอเพียง” เปิดโอกาสให้นักศึกษา 500 คน จาก 20 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ได้เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างถูกต้องและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง โดยนำมาจัดทำโครงการตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงให้เกิดขึ้นใน 10 โรงเรียน 4 ภูมิภาค เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน รวมทั้งสอดคล้องกับภูมิสังคมของชุมชนที่โรงเรียนตั้งอยู่ โดยในภาคกลาง ได้ดำเนินงานใน 4 จังหวัด คือ กาญจนบุรี ดำเนินโครงการ “ขยะแปรรูปเพิ่มมูลค่า”, อยุธยา ดำเนินโครงการ “เกษตรเพื่อสิ่งแวดล้อม”, นครสวรรค์ ดำเนินโครงการ “ เตาเผาถ่านอเนกประสงค์” และชลบุรี ดำเนินโครงการ “โรงเรียนสมุนไพร”

1.ขยะแปรรูปเพิ่มมูลค่า

2.เกษตรเพื่อสิ่งแวดล้อม

3.เตาเผาถ่านเอนกประสงค์


4.โรงเรียนสมุนไพร


ขยะแปรรูปเพิ่มมูลค่า
โรงเรียนบ้านวังลาน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี (23 – 29 พฤษภาคม 2551)
โดย ตัวแทนนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี

แนวคิด        “ขยะ... ทรัพยากรมากมูลค่าของบ้านวังลาน”
ทรัพยากรที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ก็เป็นเหมือนขยะที่ไร้ค่า แต่หากเรานำมาจัดการและใช้อย่างฉลาดก็เป็นการสร้างมูลค่าให้กับทรัพยากรนั้น จากแนวคิดดังกล่าวเป็นที่มาของโครงการ “ขยะแปรรูปเพิ่มมูลค่า” ของโรงเรียนบ้านวังลาน เพื่อสร้างระบบการจัดการขยะของโรงเรียนและชุมชนให้เกิดเป็น “รูปธรรม” ด้วยการนำขยะกลับมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดประโยชน์สูงสุด

กระบวนการ

ด้วยสภาพปัญหาขยะที่เกิดขึ้นในโรงเรียนและชุมชน มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากไม่มีการจัดการที่เป็นระบบ และทุกที่ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน วัด หรือ บ้านเรือน จะกำจัดขยะด้วยวิธีการเผา ทำให้เกิดปัญหาโลกร้อนและมลพิษที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  ดังนั้นนักศึกษาทั้ง 50 คน คณะครู  นักเรียน และชุมชน ได้ร่วมกันวางแผนการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยการสร้างธนาคารขยะ เพื่อคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบ โดยให้นักเรียนหรือชาวบ้านนำขยะที่คัดแยกแล้ว เช่น กระดาษ  แก้ว พลาสติก มาฝากธนาคาร หลังจากนั้นจะมีร้านรับซื้อของเก่ามารับซื้อขยะจากธนาคารอีกต่อหนึ่ง รายได้ที่ได้จากการบริหารจัดการ, การขายขยะก็จะนำมาให้กับสมาชิก และนำมาเป็นทุนในโครงการอื่นๆ ในอนาคต  ส่วนขยะที่ขายไม่ได้ เช่น เศษกระดาษ หรือเศษพืช สามารถนำมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าได้อีกทางหนึ่ง เช่น  ขยะจากเศษพืชนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการเพาะเห็ด  และเศษกระดาษสามารถนำมาทำเเป็นอิฐบล็อกได้อีกทางหนึ่งด้วย

ประโยชน์ที่ได้รับ

ก่อให้เกิด “กระบวนการ” การบริหารจัดการทรัพยากรในท้องถิ่นให้เกิดมูลค่า อีกทั้งยังสร้างรายได้นำไปพัฒนาโครงการอื่นๆ อาทิ โครงการเพาะเห็ด และโครงการอิฐบล็อกของหนู รวมทั้งสร้างจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการคัดแยกขยะที่ถูกวิธีให้แก่นักเรียนและชุมชน

[top]

เกษตรเพื่อสิ่งแวดล้อม
โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา (29 พฤษภาคม – 4 มิถุนายน 2551)
โดย ตัวแทนนักศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ

แนวคิด       “ เกษตรเพื่อสิ่งแวดล้อม ... ความเหมือนในคุณค่าที่แตกต่าง”
การทำเกษตรมีหลากหลายวิธีและรูปแบบ แต่หลักสำคัญ คือ ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม แหล่งทรัพยากร และความต้องการของท้องถิ่น จึงจะเกิดผลสำเร็จที่ยั่งยืน เป็นที่มาของโครงการ “เกษตรเพื่อสิ่งแวดล้อม” ที่น้อมนำหลักการตามแนวพระราชดำริ “เกษตรทฤษฎีใหม่”  มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของโรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ ให้เป็นตัวอย่างแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนต่อไป

กระบวนการ

จากการสำรวจพื้นที่ในโรงเรียนพบว่า มีพื้นที่ทำการเกษตร เช่น เลี้ยงไก่  เลี้ยงปลา  และปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อนำผลผลิตที่ได้มาบริโภคเป็นอาหารกลางวันของนักเรียน แต่ผลผลิตที่ได้ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ และยังใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่มีอยู่ไม่คุ้มค่า ดังนั้นนักศึกษาทั้ง 50 คน คณะครู  นักเรียน และชุมชน ได้ร่วมกันวางแผนจัดสรรพื้นที่ทำเกษตรเดิมของโรงเรียน ตามหลัก “เกษตรทฤษฎีใหม่” ด้วยการเพิ่มพื้นที่สำหรับ “ปลูกข้าว”   ปรับปรุงระบบบำบัดน้ำใน “บ่อเลี้ยงปลา”  ปลูกพืชเพิ่มรอบขอบบ่อ เนื่องจากริมบ่อปลามีพื้นที่ว่าง ประกอบกับเกิดการพังทลายของคันดิน ทำให้บ่อปลาตื้นเขิน และเกิดอันตรายกับนักเรียน จึงแก้ปัญหาโดยการปลูกตะไคร้หอมคลุมดินรอบบ่อเลี้ยง และปักเสาไม้เพื่อลดการพังทลายของดิน ปลูกมะพร้าวน้ำหอมเพื่อให้ร่มเงาบริเวณบ่อปลา  ฟื้นฟู “แปลงผัก” เดิม ปลูกผักสวนครัวที่โตง่าย ทนต่อสภาพแวดล้อม ให้ผลผลิตดี  และปรับปรุง “โรงเลี้ยงไก่” จากระบบเปิดเป็นระบบปิด เพื่อไก่ที่เลี้ยงจะได้มีคุณภาพและถูกสุขลักษณะ ดังนั้นผลผลิตทางการเกษตรที่ได้นำไปเป็นอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียน ได้รับประทานเนื้อสัตว์  พืชผักที่ปลอดสารพิษ และครบถ้วนตามหลักโภชนาการ  นอกจากนี้ การทำเกษตรดังกล่าวยังเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียน และชาวบ้านในชุมชนนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ที่บ้านของตนเองได้อีกด้วย

ประโยชน์ที่ได้รับ

ก่อให้เกิด “การเรียนรู้” การ “จัดการทรัพยากร” ที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า นำไปสู่ “เกษตรแนวใหม่” เพื่อสร้างเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียนและชุมชนต่อไป

 
[top]

 

เตาเผาถ่านเอนกประสงค์
โรงเรียนบ้านหนองไผ่ อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ (30 พฤษภาคม – 5 มิถุนายน 2551)
โดย ตัวแทนนักศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยศรีปทุม

แนวคิด      “จากเตาเผาถ่าน...สู่การบูรณาการความรู้”
เนื่องจากพืชผัก ผลไม้ในท้องถิ่น อาทิ มะกรูด, มะนาว และลูกยอ มีส่วนหนึ่งที่ถูกทิ้งเพราะคุณภาพต่ำไม่สามารถนำไปจำหน่ายได้  จึงเป็นที่มาของแนวคิดในการนำพืชเหล่านี้มาแปรรูปเป็นถ่านดับกลิ่น ก่อให้เกิดโครงการ “เตาเผาถ่านเอนกประสงค์” ของโรงเรียนบ้านหนองไผ่ ที่เป็นการนำ “ความรู้” ทางหลักวิชาการมาบูรณาการกับ “ทรัพยากรธรรมชาติ” ในท้องถิ่น

กระบวนการ
เมื่อถึงช่วงฤดูกาลแห่งผลผลิต จะมีผลผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก อาทิ มะนาว, มะกรูด และลูกยอ ทำให้จำหน่ายได้ราคาถูก และมีผลผลิตเน่าเสียเป็นจำนวนมาก จากปัญหาดังกล่าวทำให้นักศึกษาทั้ง 50 คน คณะครู  นักเรียน และชุมชน ได้ร่วมกันสร้าง “เตาเผาถ่าน” เพื่อนำพืชผัก ผลไม้ ที่เหลือมาแปรรูปเป็นถ่านดับกลิ่น รวมทั้งนักศึกษายังได้ออกแบบบรรจุภัณฑ์ใส่ถ่านดับกลิ่นที่มีความสวยงาม เหมาะสมกับประโยชน์ใช้สอย และจำหน่ายเป็นสินค้าของโรงเรียนได้อีกด้วย นอกจากนี้ระหว่างขั้นตอนของการเผาถ่านยังได้ น้ำส้มควันไม้ สำหรับนำไปใช้ปราบศัตรูพืช อีกทั้ง “อุปกรณ์เผาถ่าน” ยังเป็นสื่อการเรียนการสอนด้าน “นวัตกรรม” ที่เกิดจาก “ภูมิปัญญา” สำหรับนักเรียนและชุมชนได้ศึกษาเรียนรู้ต่อไป

ประโยชน์ที่ได้รับ
นักเรียน และชุมชน สามารถนำทรัพยากรในท้องถิ่นมาใช้อย่างรู้ค่า และพัฒนาเป็น  “องค์ความรู้” ที่ถ่ายทอดจากเยาวชนสู่ชุมชน นำไปสู่การ “จัดการความรู้” ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้เหมาะสมกับท้องถิ่น

 
[top]

โรงเรียนสมุนไพร
โรงเรียนบ้านหนองไผ่แก้ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี (11-17 มิถุนายน 2551)
โดย ตัวแทนนักศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา

แนวคิด      “เมื่อสมุนไพร ... เป็นมากกว่าสมุนไพร”
สมุนไพรพืชมากคุณค่า ที่เป็นทั้งอาหารและยารักษาโรค ได้จุดประกายให้เกิดความคิดที่จะพลิกฟื้นผืนดินที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็น “ทุนเดิม” ของโรงเรียนบ้านหนองไผ่แก้ว ให้เป็น “โรงเรียนสมุนไพร” เพื่อให้เด็ก เยาวชนและชุมชน ได้มาศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้ และต่อยอดให้เกิดผลิตภัณฑ์แปรรูปเพื่อสุขภาพ

 

กระบวนการ
เนื่องจากทางโรงเรียนมีการทำสวนสมุนไพร แต่ไม่ค่อยประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เพราะจำนวนสมุนไพรที่ปลูกมีน้อย และขาดการบูรณาการ ทำให้นักศึกษาทั้ง 50 คน  เห็นว่าควรจะพัฒนาสวนสมุนไพรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ต่อโรงเรียน และชุมชนอย่างแท้จริง เพราะสมุนไพรเป็นพืชที่ทรงคุณค่า และเป็นภูมิปัญญาของไทยที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ จึงได้ร่วมกับคณะครู  นักเรียน และชุมชน สร้าง  “สวนการเรียนรู้สมุนไพร” ให้เป็นห้องนิทรรศการเพื่อจัดแสดงสมุนไพรหายากและสมุนไพรในท้องถิ่น พร้อมทั้งปรับปรุงโรงจอดรถให้เป็นศูนย์ศึกษาการเรียนรู้สมุนไพรของนักเรียน และคนในชุมชน ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรไทย, การสาธิตการใช้สมุนไพร  และตำรายาสมุนไพรต่างๆ เป็นต้น  และได้จัดสร้างโรงเรือนอนุรักษ์ และเพาะพันธุ์กล้าสมุนไพร เพื่อใช้ในการขยายพันธุ์สมุนไพรให้มีจำนวนมากขึ้น พร้อมทั้งส่งเสริมให้นักเรียนและชาวบ้านนำไปเพาะปลูกที่บ้านด้วย นอกจากนี้ยังสามารถนำพืชสมุนไพรมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ  อาทิ ไพล, ขมิ้น, ตะไคร้หอม, ใบมะขาม ฯลฯ มาแปรรูปเป็นลูกประคบเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยและผ่อนคลาย หรือผิวมะกรูดมาสกัดเป็นน้ำมันเพื่อบรรเทาอาการคัน บำรุงผิวหนัง สำหรับจำหน่ายให้แก่ชุมชนต่อไป

ประโยชน์ที่ได้รับ
ศูนย์กลางแลกเปลี่ยนเรียนรู้  แหล่งผลิต แปรรูป และจำหน่ายสมุนไพรครบวงจร ที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของเยาวชน โรงเรียน และชุมชนบ้านหนองไผ่แก้ว อันจะนำมาซึ่ง “ความยั่งยืน” และ “เข้มแข็ง” ของชุมชนต่อไป

 

 
[top]

เพื่อให้การดำเนินงานเกิดประสิทธิผลสูงสุด  บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้มอบทุนดำเนินโครงการเบื้องต้น และทุนพัฒนาต่อเนื่อง  80,000 บาท  เพื่อให้โครงการดังกล่าวสร้างประโยชน์อย่างแท้จริงต่อเยาวชน โรงเรียน ชุมชน อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน  พร้อมทั้งจะติดตามผลการดำเนินงาน กับเผยแพร่องค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อไป  


แคมป์สนุกคิดกับชินคอร์ป                                                                                                                                      สำนักกิจกรรมสัมพันธ์ บมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น
โอกาสในการเรียนรู้ และคิดอย่างสร้างสรรค์                                                                                                                โทร.02-299-5191 E-mail:prshin@shincorp.com

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ข้อมูลประกอบ : โรงเรียนบ้านวังลาน อ.เมือง  จ.กาญจนบุรี  มีพื้นที่ครอบคลุม  9 หมู่บ้าน
เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 (นักเรียน 315 คนและ ครู 17 คน)  ผู้อำนวยการโรงเรียน ชื่อ  นายบุญเสริฐ  เกิดแย้ม 
ชุมชนโดยรอบบริเวณโรงเรียน มีประชากร 647 คน 148 ครัวเรือน  9  หมู่บ้าน มีอาชีพเกษตรกรรม 

ข้อมูลประกอบ : โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์  อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา  มีพื้นที่ครอบคลุม  3 หมู่บ้าน
เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 (นักเรียน 925 คนและ ครู 30 คน)  ผู้อำนวยการโรงเรียน ชื่อ  นายณรงค์  ลาภเกิน
ชุมชนโดยรอบบริเวณโรงเรียน มีประชากร 1,890 คน 609 ครัวเรือน  3  หมู่บ้าน มีอาชีพทำนา

ข้อมูลประกอบ : โรงเรียนบ้านหนองไผ่  อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์  มีพื้นที่ครอบคลุม  20 หมู่บ้าน
เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 (นักเรียน 205 คนและ ครู 15 คน)  ผู้อำนวยการโรงเรียน ชื่อ  นายพนม  จันทร์ดิษฐ์
ชุมชนโดยรอบบริเวณโรงเรียน มีประชากร 916  คน 227 ครัวเรือน  20 หมู่บ้าน มีอาชีพเกษตรกรรม

ข้อมูลประกอบ : โรงเรียนบ้านหนองไผ่แก้ว  อ.บ้านบึง  จ.ชลบุรี  มีพื้นที่ครอบคลุม  2 หมู่บ้าน
เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 (นักเรียน 169 คนและ ครู 9 คน)  ผู้อำนวยการโรงเรียน ชื่อ  นางสาววันเพ็ญ  ชลนำสุวรรณ
ชุมชนโดยรอบบริเวณโรงเรียน มีประชากร 2,701  คน 940 ครัวเรือน  2 หมู่บ้าน มีอาชีพเกษตรกรรม , ค้าขาย และรับจ้าง,

SHINCORP | SHINCAMP

เว็บไซต์นี้เหมาะสำหรับ IE เวอร์ชั่น 6, Firefox เวอรชั่น 2 และ Safari เวอร์ชั่น 2 | ดาวน์โหลด     
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2551 © Shin corporation PLC